You are currently viewing ความรักพันธนาการ โซ่ตรวนแห่งความปรารถนา

ความรักพันธนาการ โซ่ตรวนแห่งความปรารถนา

  • Post author:
  • Post category:Blog

ความหมายของความรักนั้นในความเป็นจริงแล้วช่างแสนลึกซึ้ง และไม่มีใครสามารถอธิบายความหมายของความรักได้อย่างชัดเจน เป็นเพียงความรู้สึกที่เราต่างคนก็รู้สึกว่านี่แหละคือความรัก บ้างก็ว่า ทำให้โลกนี้สวยงาม คือความห่วงหาอาทร ความสุข ความเสียสละ แต่ในบางครั้งความรักก็ทำให้เราเกิดความเศร้าโศกและเสียใจ ซึ่งความหมายของความรักของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ที่เคยประสบพบเจอมา ในความเป็นจริงแล้วความรักนั้นไม่มีเหตุผลที่แท้จริงเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ มีคำกล่าวของกวีผู้โด่งดังว่า หากคุณสามารถอธิบายได้ว่าคุณรักคนคนหนึ่งเพราะอะไรนั่นแปลว่าคุณไม่ได้รักคนคนนั้นอย่างแท้จริง มีทั้งคำอธิบายจากนักกวีนักปราชญ์และนักจิตวิทยาต่างๆถึงความหมายของ ความรักพันธนาการ แห่งจิตใจ เราจะลองมาเสนอแนวคิดให้คุณฟังจากทั้งสองแง่มุมทั้งในแง่ของความคิดความเพ้อฝันและในแง่ของวิทยาศาสตร์ความเป็นจริง คุณอาจจะมีมุมมองเรื่องของความรักที่แตกต่างออกไปก็เป็นได้

ความรักพันธนาการ แห่งจิตใจในมุมมองของนักปราชญ์และนักกวี

มีบทสนทนาในหนังสือของพลาโต้กล่าวว่า ความรักนั้นไม่มีข้อสรุปหรือเหตุผลที่ชัดเจนเพียงหนึ่งเดียว ความรักนั้นเกิดขึ้นจากเทพเจ้า เป็นการค้นพบตัวตนอีกครึ่งหนึ่งที่หายไป เป็นความสงบสุขในชีวิต ซึ่งบทสนทนานี้ก็มีอายุมากกว่าสองพันปีแสดงให้เห็นว่าเราก็มีการขบคิดหาความหมายเหตุผลของความรักมาแล้วแสนเนิ่นนาน บ้างก็ว่าความรักนั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นอมตะมีวันจางหายไปเป็นสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นเทพและมนุษย์ ความรักนั้นทำให้คนมีความสุขแต่ก็ทำให้คนมีความทุกข์และทรมานเมื่อสูญเสียมันไป ภายในจิตใจลึกๆแล้วมนุษย์เราถูกปลูกฝังให้มีความรักตัวเองเพื่อให้สามารถนำพาตัวเองออกจากสิ่งอันตราย แต่ในบางครั้งเราก็เกิดความรู้สึกสับสนระหว่างการรักตนเองกับรักผู้อื่น นั่นคือเมื่อเจอสิ่งที่คล้ายคลึงกับตนเองหรือทำให้ตนเองมีความสุขก็หลงคิดไปว่านั่นคือความรัก ทำให้แทนที่จะดูแลและทำทุกอย่างเพื่อตัวเองทุกอย่างก็จะถูกเปลี่ยนถ่ายไปยังสิ่งที่เรามีความรักให้ และพยายามทำสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับสิ่งที่เรารักนั้นเพื่อทำให้เกิดความสุขและความสงบขึ้นในใจ เหมือนกับเป็นภาพที่ฉายออกมาทำให้เราเห็นเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น

ในทางกลับกันเมื่อสูญเสียมันไปเราก็ร้องไห้เสียใจแทบขาดใจ เพราะในจิตใต้สำนึกเราได้เห็นภาพที่เรานั้นเสียตัวตนของเราส่วนหนึ่งไป และผลจากการสูญเสียนั้นก็สามารถสะท้อนออกมาได้เป็นสองแบบคือความเศร้าโศกเสียใจและความเกลียดชัง ความเศร้าโศกก็คือการยอมรับในความเสียใจนั้น แต่ในทางตรงกันข้ามความเกลียดชังก็คือความต้องการลบล้างสิ่งเหล่านั้นให้หายไปจากใจ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีความคิดหรือความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ไปในทิศทางแบบไหน แต่ละคนมีความนึกคิดและความรู้สึกไม่เหมือนกันดังนั้นเป็นเหตุผลที่ความหมายของความรักของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป

ความรักในแง่มุมของวิทยาศาสตร์ความเป็นจริง

มนุษย์นั้นเกิดมาอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย แม่ผู้ให้กำเนิดถูกวิวัฒนาการต่างจากสัตว์ทั่วไปในเรื่องของความคิดและความรู้สึก ให้มีความรู้สึกรักลูกเพื่อที่จะปกป้องให้ลูกนั้นมีชีวิตและเป็นการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ต่อไป เป็นเหตุผลเดียวกับที่เพศหญิงและเพศชายนั้น มีความรู้สึกและอารมณ์ต่อกันเพื่อเสริมสร้างให้สามารถขยายเผ่าพันธุ์เพิ่มจำนวนไม่ให้สูญพันธุ์ไป และแต่ละคนก็จำเป็นจะต้องมีความรู้สึกรักตัวเอง เป็นสัญชาตญาณของการดูแลตัวเองเพื่อความอยู่รอดไม่ให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรและระแวดระวังภัยอันตรายที่จะสามารถทำให้เสียชีวิตลงได้  ทั้งหมดก็เป็นกลไกของสมองที่ทำให้เรามีชีวิตเพื่อดำรงคงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ แต่ด้วยความที่มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีวัฒนาการดังนั้นเรื่องความคิดภายในสมองด้วยก็เช่นกัน จึงมีการพัฒนาซับซ้อนขึ้นในเรื่องของความคิดส่งผลให้ในด้านของความรู้สึก ถูกพัฒนาไปอย่างหลากหลายเหมือนเป็นการพัฒนาไปแบบคู่ขนานกับความรู้ด้านวิชาการ การจะนิยามความรักแบบไหนไม่ใช่เรื่องถูกเรื่องผิดแต่เราจะต้องไม่ยึดติดจนสูญเสียความสมดุลย์ของจิตใจไป